วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

อรรถกถาธรรมบท ภาค ๒ เรื่องพระนางสามาวดี ตอน ๖




[ทำร้ายผู้ไม่ทำร้ายตอบย่อมถึงฐานะ ๑๐]
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ผู้ประทุษร้าย ในท่านผู้ไม่ประทุษร้าย หา อาชญามิได้ ด้วยอาชญา ย่อมพลันถึงฐานะ ๑๐ อย่างใดอย่างหนึ่งทีเดียว คือ พึงถึงเวทนา อันหยาบ, ความเสื่อม, ความแตกแห่งสรีระ, ความเจ็บไข้อย่างหนัก, ความฟุ้งซ่านแห่ง จิต, ความขัดข้องแต่พระราชา, ความกล่าว ตู่อย่างทารุณ, ความเสื่อมรอบแห่งหมู่ญาติ, ความย่อยยับแห่งโภคะ, อีกประการหนึ่ง ไฟ ป่าย่อมไหม้เรือนของผู้นั้น, เพราะความแตก แห่งกาย เขาผู้มีปัญญาทราม ย่อมเข้าพึงนรก.
[อุบายใหม่ของเศรษฐี]
 แม้เช่นนั้น เศรษฐี ก็ไม่อาจแลดูนายโฆสกะนั้นตรง ๆ อีกได้, ครุ่นคิดหาอุบายว่า อย่างไร ? จึงจะฆ่ามันเสียได้. มองเห็นอุบายว่า เราจัดส่งมันไปยังสำนักของคนเก็บส่วย (นายเสมียน)ใน ๑๐๐ บ้านของเรา ให้มันตายเสีย ดังนี้แล้ว จึงเขียนหนังสือไป ถึงคนเก็บส่วยนั้นว่า ผู้นี้เป็นลูกชั่วชาติของเรา, ฆ่ามันเสียแล้ว จงโยนลงไปในหลุมคูถ. เมื่อทำการอย่างนี้เสร็จแล้ว, ฉันจักรู้สิ่งที่จะตอบแทนแก่ท่านลุงในภายหลัง ดังนี้แล้ว จึงกล่าวว่า พ่อโฆสกะ คนเก็บส่วยของฉัน มีอยู่ที่บ้านส่วย ๑๐๐ บ้าน, เจ้าจงนำเอาจดหมายฉบับนี้ไปให้เขา ดังนี้ จึงเอาจดหมายผูกไว้ที่ชายผ้าของเขา. ก็นายโฆสกะนั้น ไม่รู้จักอักษรสมัย, เพราะตั้งแต่เขาเป็นเด็กเศรษฐีก็ครุ่นคิดฆ่าเขาเสมอ (แต่) ไม่อาจฆ่าได้, จักให้เขาศึกษาอักษรสมัยได้อย่างไร ? นายโฆสกะนั้น ผูกจดหมายฆ่าตัวเองไว้ที่ชายผ้า ด้วยประการฉะนี้ เมื่อจะออกเดิน จึงพูดว่า คุณพ่อผมไม่มีเสบียงทาง.
เศรษฐี. เจ้าไม่ต้องมีกิจ (ห่วง) ด้วยเสบียงทาง. ในบ้านชื่อโน้น ในระหว่างทาง เศรษฐีผู้เป็นสหายของข้ามีอยู่ เจ้าจงไปกินอาหารเช้าที่เรือนของเขาแล้ว จึงเดินต่อไป. นายโฆสกะนั้น รับว่า จ้ะ ไหว้บิดาแล้ว ออกเดินไปถึงบ้านนั้น ถามถึงเรือนเศรษฐี เดินไปพบภรรยาของเศรษฐี. เมื่อนางกล่าวว่า เจ้ามาจากไหน ? จึงตอบว่า มาจากในเมือง.
ภรรยาของเศรษฐี. เจ้าเป็นลูกของใคร ?
โฆสกะ. คุณแม่ ผมเป็นลูกของเศรษฐี ผู้เป็นสหายของท่าน.
ภรรยาของเศรษฐี. เจ้าชื่อโฆสกะหรือ ?
โฆสกะ. ขอรับ คุณแม่. พร้อมกับเวลาเห็นเท่านั้น ความรักใคร่เหมือนลูกในโฆสกะนั้น บังเกิดแก่นางแล้ว.
[ความรักเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ]
 ก็เศรษฐี มีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง, นางมีอายุราว ๑๕-๑๖ ปี รูปร่างสะสวย น่าเลื่อมใส. เศรษฐีให้หญิงรับใช้ไว้คนหนึ่ง เพื่อรักษานางแล้วให้อยู่ที่ห้องมีสิริ (ห้องพิเศษ) ที่พื้นชั้นบนแห่งปราสาท ๗ชั้น ในขณะนั้น ลูกสาวเศรษฐีให้หญิงคนใช้ไปตลาด. ครั้งนั้น ภรรยาของเศรษฐี เห็นหญิงทาสีนั้นแล้ว จึงถามว่า จะไปไหน ?เมื่อนางตอบว่า ข้าแต่แม่เจ้า ดิฉันไปด้วยกิจรับใช้แห่งธิดาของแม่เจ้า จึงกล่าวว่า เจ้าจงมาทางนี้ก่อน, งดการรับใช้ไว้. จงลาดตั่ง, ล้างเท้า, ทาน้ำมัน ปูที่นอน ให้บุตรของเรา. จึงทำการรับใช้ภายหลัง. นางได้กระทำการตามสั่งแล้ว. ครั้งนั้น  ลูกสาวของเศรษฐี ได้ดุหญิงรับใช้นั้นผู้มาช้า. ที่นั้น หญิงคนใช้นั้นเรียนกะนางว่า แม่เจ้า อย่าเพิ่มโกรธฉัน. บุตรเศรษฐีชื่อโฆสกะมาแล้ว, ดิฉันทำสิ่งนี้ ๆ แก่เขาแล้ว ไปในตลาดนั้นแล้วจึงมา. เพราะฟังชื่อว่า โฆสกะ ผู้บุตรเศรษฐีนั้น ความรักเฉือนผิวหนังเป็นต้น จดถึงเยื่อในกระดูก ตั้งขึ้นแก่ลูกสาวเศรษฐีแล้ว.
[ลูกสาวเศรษฐีแปลงสาส์น]
 แท้จริง ลูกสาวเศรษฐีนั้น เป็นภรรยาของนายโฆสกะนั้นในเวลาที่เขาเป็นนายโกตุหลิก ได้ถวายข้าวสุกทะนานหนึ่ง แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งผลทานนั้น นางจึงมาเกิดใน ตระกูลเศรษฐีนี้. ความรักในปางก่อน ได้ท่วมทับยึดลูกสาวเศรษฐีนั้นไว้ ด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า ความรักนั้น ย่อมเกิดด้วยเหตุ ๒ ประการ อย่างนี้ คือ ด้วยความอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑ ด้วยการเกื้อกูลกันในกาลปัจจุบัน ๑ เหมือน อุบล (อาศัยเปือกตมและน้ำ) เกิดในน้ำฉะนั้น.
ทีนั้น นางจึงถามหญิงสาวใช้นั้นว่า (เดี๋ยวนี้) เขาอยู่ที่ไหนจ้ะ ? แม่ หญิงสาวใช้. เขานอนหลับอยู่บนที่นอน (เจ้าค่ะ) แม่เจ้า.
ธิดาเศรษฐี. ก็ในมือของเขา มีอะไรอยู่หรือ ? หญิงสาวใช้. มีหนังสืออยู่ที่ชาวผ้าค่ะ แม่เจ้า. ธิดาเศรษฐีนั้น จึงคิดว่า นั่นจะเป็นหนังสืออะไรหนอ ? เมื่อนายโฆสกะนั้น กำลังหลับอยู่, เมื่อมารดาบิดาไม่แลเห็น เพราะมัวเอาใจส่งไปในเรื่องอื่น, ลงไปสู่สำนัก (ของเขา)แล้ว แก้เอาหนังสือนั้น เข้าไปยังห้องของตน ปิดประตู เปิดหน้าต่าง อ่านหนังสือ เพราะนางฉลาดในอักษรสมัยแล้วคิดว่า ตายจริง ! คนเขลา ผูกหนังสือสำหรับฆ่าตัวที่ชายผ้าแล้วก็เที่ยวไป. ถ้าเราไม่เห็นหนังสือแล้ว เขาคงไม่มีชีวิตอยู่ ดังนี้แล้ว จึงฉีกหนังสือฉบับนั้นเสีย เขียนหนังสืออีกฉบับหนึ่ง ตามถ้อยคำของเศรษฐีว่า ลูกชายของข้าพเจ้านี้ ชื่อเจ้าโฆสกะ, จงให้นำเครื่องบรรณาการมา จากบ้าน (ส่วย) ๑๐๐ บ้าน ทำมงคลกับบุตรสาวเศรษฐีในชนบทนี้ ให้ปลูกเรือนขึ้น ๒ ชั้น ในท่ามกลางบ้านเป็นที่อยู่ของตน ทำการรักษาอย่างแข็งแรง ด้วยเครื่องล้อมคือกำแพงและเครื่องล้อมคือบุรุษ, และจงส่งข่าวไปให้ข้าพเจ้าว่า การนี้ การนี้ ฉันทำเสร็จแล้ว. เมื่อกรรมอย่างนี้ท่านทำแล้ว ฉันจักรู้สิ่งที่ควรทำแก่ท่านลุงในภายหลัง, ก็แลกครั้นเขียนเสร็จแล้ว นางจึงพับ ลงไปผูกไว้ที่ชายผ้าของนายโฆสกะนั้นตามเดิม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น